Circular Living ไลฟ์สไตล์สุดคูลของ “อาจารย์เต้ย” แห่ง Broadcast นิเทศ ม.กรุงเทพ

ไลฟ์สไตล์แบบรักษ์โลก และหัวใจที่รักในการทำความดี

            ในชั่วโมงนี้ เรื่องฮ็อตมาแรงเห็นจะหนีไม่พ้น “เศรษฐกิจหมุนเวียน” หรือ Circular Economy ซึ่งใครรับเอาแนวคิดนี้ไปใช้เรียกได้ว่าทันยุคสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมนุษย์แนวรักษ์สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ

            ว่าแต่ว่า แนวคิดนี้มีอะไรโดดเด่นบ้าง ? แล้วมันไปเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างไร ? คงต้องให้หนึ่งในผู้นำเทรนด์ด้านนี้ ได้แก่ อาจารย์เต้ย-อาจารย์อาชวิชญ์ กฤษณสุวรรณ หัวหน้าภาควิชาวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และการผลิตสื่อสตรีมมิ่ง คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มาช่วยไขข้อสงสัย

            ฤกษ์งามยามดีแล้ว เรามาคุยกับ “อาจารย์พี่เต้ย” ในเรื่องสุดคูลเหล่านี้กัน

รู้จักศัพท์ใหม่ Circular Economy

            สำหรับคนที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว แนวคิดที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมจึงเป็นแนวคิดที่อ.เต้ยสนใจ หนึ่งในนั้นคือแนวคิดใหม่ที่มีชื่อว่า Circular Economy หากแปลกันตรง ๆ เป็นภาษาไทยเรียกว่า “แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน”

            อ.เต้ยขยายความให้เราฟังว่า “Circular Economy คือการใช้สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม นำกลับมาใช้ใหม่ให้เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม”

            ทุกคนคงสงสัยแล้วว่า มีความแตกต่างจาก Recycle ที่เราคุ้นเคยกันอย่างไร

            “Circular Economy จะมีเรื่องเศรษฐกิจเข้ามาเกี่ยวด้วย โดยนำของเหล่านั้นมาแปรรูปเป็น Product เป็นสิ่งของหรือสินค้า ทำให้เกิดประโยชน์เพิ่มมากขึ้น นำของที่เราคิดว่าไม่มีประโยชน์มาทำให้เกิดคุณค่าและนำรายได้ไปสนับสนุนเป็นทุนอาหารกลางวัน เป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนช่วยเหลือสิ่งแวดล้อมและสังคม เกิดเส้นทางให้คนเรามีคุณภาพชีวิตที่ดี มีจิตสำนึกที่ดี”

Passion การทำกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

            หากคนที่ได้ติดตามเฟสบุ้คของอ.เต้ย จะพบว่าหน้าฟีดส่วนใหญ่จะเต็มไปด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ความสนใจในประเด็นสิ่งแวดล้อมของอ.เต้ยเริ่มมาจากการได้มีประสบการณ์เข้าไปทำงานเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม

            “สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของชีวิตคนที่ต้องให้ความสำคัญและขับเคลื่อน เราได้ทุนวิจัยจากสกว. หรือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เป้าหมายของทุนนี้เพื่อค้นหาเยาวชนรุ่นใหม่เป็นตัวแทนประเทศเพื่อพูดคุยถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมในเวทีระดับโลก”

            “เราเห็นประเทศอื่น ๆ ส่งตัวแทนเยาวชนไปร่วมประชุม แต่ว่าประเทศไทยยังไม่มี จึงทำให้เกิดโครงการทุนวิจัยนี้ขึ้นมา พอเราลงไปทำ มันทำให้เราได้เห็นถึงปัญหาระดับโลก สื่อต่างประเทศก็ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สิ่งเหล่านี้เราสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการเริ่มที่ตัวเราก่อน อย่างเช่นการลดใช้ถุงพลาสติก ซึ่งเรามองว่าเป็นโครงการที่ควรขับเคลื่อนในระดับมหาลัยวิทยาลัย ซึ่งจะช่วยในการปลูกฝังเยาวชนรุ่นใหม่ในเรื่องสิ่งแวดล้อม มันทำเราให้เกิด Passion เกิดความสนใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น”

Circular Living: ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ให้ใส่ใจรักสิ่งแวดล้อม

            โลกที่เต็มไปด้วยวัตถุสิ่งของที่ใช้เพียงไม่นานก็แปรเปลี่ยนมาเป็นขยะ ทำอย่างไรจึงจะสร้างไลฟ์สไตล์ที่ลดปริมาณขยะ ใช้สิ่งของอย่างรู้คุณค่า Circular Living จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะขับเคลื่อนภายในมหาวิทยาลัยกรุงเทพ มุ่งเน้นให้นักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยมีไลฟ์สไตล์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

            อ.เต้ยเล่าให้เราฟังว่า “โครงการที่กำลังขับเคลื่อนอยู่ตอนนี้ ทำร่วมกับรองคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ คือ อาจารย์น้อย-อาจารย์สุนทรี ผลวิวัฒน์ เราเรียกว่า Circular Living เป็นการขับเคลื่อนในเรื่องของเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เข้ามาอยู่ในวิถีชีวิต เราตั้งคำถามว่า จะทำอย่างไรให้นักศึกษา บุคลากร เห็นว่าขยะที่อยู่ในมหาวิทยาลัยนั้น มันสามารถแปรรูปเป็นสิ่งของได้ หรือว่าการคัดแยกขยะมันเป็นผลดีอย่างไร เพราะแท้จริงแล้ว มันไม่ใช่ขยะที่ไม่มูลค่า แต่มันสามารถนำกลับมาหมุนเวียนใช้ประโยชน์ได้อีกมากมาย เราก็เริ่มลงมือที่จะให้ความรู้แก่ทุกคนในเรื่องนี้”

            นอกจากโครงการภายในมหาวิทยาลัยแล้ว กิจกรรมที่ “อ.เต้ย” ทำต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีคือ “กลุ่มเสื้อดำธรรมดี” เป็นกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ออกไปธรรมดี ทำกิจกรรมเพื่อสังคม

            “เสื้อดำธรรมดี เป็นโครงการสร้างจิตสำนึกในกับคนรุ่นใหม่ ทำให้มองเห็นคุณค่าของสังคม มองเห็นผู้คนที่มีความหลายหลาก สิ่งที่ทำให้สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมคือให้เครือข่ายของเสื้อดำธรรมดีเก็บขยะและนำไปขายเพื่อสมทบทุนให้น้อง ๆ ชาวบ้านบนดอย”

            เรื่องราวของขยะจึงเป็นเรื่องราวที่น่าเรียนรู้ อ.เต้ยบอกว่า “ตอนนี้เราก็กำลังพูดคุยกัน เพื่อนำเรื่องราวของขยะมาสร้างเป็น Module หรือหัวข้อการเรียนรู้ เพื่อมาสอนให้นักศึกษารู้จักจัดการขยะ ถ้าเขาได้เข้ามาเรียนรู้เรื่องขยะ เราก็จะต่อยอดในการสร้างคนที่รักและเห็นคุณค่าของสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น”

เริ่มต้นได้ง่าย ๆ หันมาใช้วัสดุธรรมชาติ

            ถ้ามีใครบอกว่าพลาสติกเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงได้ยาก ขอบอกเลยว่าเริ่มต้นได้ง่ายมาก เพียงแค่เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ที่เคยชิน เตือนตัวเองอยู่เสมอให้ตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อม

            “สิ่งที่ต้องเริ่มเลยคือการลดใช้ถุงพลาสติก หันมาใช้ถุงผ้า พกปิ่นโตเพื่อลดการใช้ถุงพลาสติก พอเรารู้ว่าถุงพลาสติกเป็นปัญหา มันทำให้เราลดการบริโภคขนมคบเคี้ยวไปเลย เราต้องรู้จักวิธีการว่าเราจำเป็นที่จะต้องใช้ถุงพลาสติกหรือเปล่า และจะทำอย่างไรให้ใช้ได้อย่างถูกวิธี”

            อ.เต้ยยกตัวอย่างให้เราได้เห็นภาพว่า “พวกถุงแกง กล่องโฟม กล่องอาหาร ถ้าเลอะอาหารแล้วทิ้งเลยโดยไม่ทำความสะอาด มันจะถูกฝังจะไม่ถูกนำไปแปรรูป การแปรรูปคือการป่นรวมกับวัตถุอื่น ๆ หากวัตถุนั้นถูกทิ้งโดยยังคงความมันหรือความสกปรกเลอะเทอะอยู่จะนำมาแปรรูปได้ยาก”

            “เพราะฉะนั้นถ้าเรายังคงใช้พลาสติก เราต้องรู้จักคัดแยก ทำความสะอาด เพื่อให้วัตถุนั้นพร้อมที่จะแปรรูป ลองสังเกตดู ซึ่งจริง ๆ มันคือภูมิปัญญาตั้งแต่อดีตมาแล้ว เราเห็นยายเก็บถุงพลาสติกแล้วล้างเก็บไว้ อย่างน้อยก็เก็บไว้ใช้ประโยชน์ต่อได้ มันเป็นเรื่องอดีตที่คนเขาทำกัน แต่ปัจจุบันคนก็ไม่ได้สนใจกัน”

อยากให้แนะนำการเปลี่ยน Lifestyle ของเด็ก BU

            สิ่งที่เริ่มต้นได้ให้นึกไว้เสมอว่า ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม หาทางลดการใช้พลาสติกลง นำกลับมาใช้ซ้ำจะดีที่สุด อ.เต้ยเน้นย้ำอีกครั้ง “อยากให้พกถุงผ้าแทนถุงพลาสติก เพราะเวลาเดินทางมาเรียนมันผ่านร้านค้าเยอะมาก อย่างน้อยก็เป็นการลดที่ดี”

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ อาจารย์อาชวิชญ์ กฤษณสุวรรณ หัวหน้าภาควิชาวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และการผลิตสื่อสตรีมมิ่ง คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

Writer

Dek BU Film ที่ชอบดูหนัง ดูซีรี่ย์ เป็นชีวิตจิตใจเพราะการดูหนังได้ข้อคิดดี ๆ เยอะ สามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตตัวเองได้ และยังชอบฟังเพลง เล่นเกมส์ ดูอนิเมะ เป็นงานอดิเรก

Writer

เด็กนิเทศที่ชอบออกไปข้างนอก พบเจอสิ่งต่าง ๆ มากมาย บันทึกความทรงจำผ่านภาพถ่าย วัน ๆ อาจจะไม่ได้ทำอะไร แต่ถ้ามีงานให้ทำก็เต็มที่ไปกับมัน ถึงนิสัยจะบ้าหน่อย แต่ก็รักการถ่ายรูป

Writer

เรียนคณะนิเทศศาสตร์ เวลาว่างชอบอ่านนิยาย Manga และ Comic มันเป็นเหมือนการเรียนด้านการเขียนบทไปในตัวเพราะเรา สามารถหา Referenceการ สร้างตัวละครที่เราจะเขียนขึ้นมา ความชอบอีกอย่างคือการ เสพงานศิลป์ และดูหนังมันทำให้เรามี Passionในการเขียนบทและสร้างผลงานได้ดีขึ้น